
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในวิธีรักษาผู้มีบุตรยากที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ก็ยังคงเป็น “อิ๊กซี่ (ICSI)” หรือการทำเด็กหลอดแก้วด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพราะสามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้มากกว่าหลายๆ วิธี ทำให้คู่รักที่กำลังประสบปัญหามีบุตรยากสนใจการทำอิ๊กซี่กันเป็นจำนวนมาก
แต่ก่อนจะไปถึงขั้นตัดสินใจทำอิ๊กซี่ วันนี้เรามีข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับการทำอิ๊กซี่มาฝากกัน เพื่อช่วยอัปเดตคลังความรู้ให้เหล่าคู่รักได้เตรียมพร้อมก่อนเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
1. อิ๊กซี่อาจไม่เหมาะกับทุกคน
เรื่องแรกที่ต้องรู้ คือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเลือกทำอิ๊กซี่ได้เพราะการทำอิ๊กซี่เหมาะกับผู้มีบุตรยากจากปัญหาสุขภาพบางกรณีเท่านั้น อาทิ
- ฝ่ายหญิงที่มีท่อนำไข่ตีบ หรือท่อนำไข่ตันทั้งสองข้าง
- ฝ่ายหญิงที่มีภาวะตกไข่ผิดปกติ
- ฝ่ายหญิงที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีพังผืดในอุ้งเชิงกรานมากผิดปกติ
- ฝ่ายหญิงที่มีเปลือกไข่หนาผิดปกติ จนอสุจิไม่สามารถเจาะผ่านเข้าไปปฏิสนธิได้
- ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งแพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถทำอิ๊กซี่ได้
- ฝ่ายชายที่มีปัญหาเรื่องปริมาณอสุจิน้อย เป็นหมัน ตัวอสุจิไม่แข็งแรงหรือไม่สมบูรณ์ จนไม่สามารถทำหน้าที่เจาะเซลล์ไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ บางกรณีที่ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายที่ประสบปัญหามีบุตรยากแบบไม่ทราบสาเหตุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำให้ทำอิ๊กซี่ได้ด้วยเช่นกัน
2. อิ๊กซี่ไม่สามารถเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้ 100%
ปัจจุบันการทำอิ๊กซี่ ถือว่าเป็นวิธีรักษาผู้มีบุตรยากที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด แต่เมื่อพูดตามหลักความเป็นจริงแล้ว อิ๊กซี่ช่วยเพิ่มความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้เพียง 60%-70% เท่านั้น ดังนั้นคู่รักที่สนใจเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ควรทำความเข้าใจในข้อจำกัด และควรเผื่อใจกรณีที่ไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ด้วย
3. อิ๊กซี่ทั้งเหมือนและต่างจาก IVF
เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นวิธีการทำเด็กหลอดแก้วเหมือนกัน ทั้งอิ๊กซี่และ IVF จึงมีวิธีการดูแลรักษาส่วนใหญ่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่อยู่ที่ขั้นตอนการปฏิสนธิ โดยการทำ IVF ไข่และอสุจิหลายตัวจะถูกนำไปผสมในจานเพาะเลี้ยง ซึ่งอสุจิจะว่ายมาปฏิสนธิกับเซลล์ไข่เองตามธรรมชาติ ส่วนการทำอิ๊กซี่ เป็นการใช้เข็มชนิดพิเศษฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง จึงช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้มากกว่า
4. อิ๊กซี่ต้องใช้เวลานับเดือนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ
แม้ว่าการทำอิ๊กซี่จะใช้นวัตกรรมทันสมัย แต่กระบวนการรักษาก็ยังคงต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ครอบคลุมการตรวจประเมินร่างกายเพื่อหาสาเหตุของการมีบุตรยาก กระบวนการกระตุ้นเซลล์ไข่ กระบวนการเก็บเซลล์ไข่และอสุจิ การปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ ตลอดจนการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป
5. อิ๊กซี่ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
หลายคนอาจเข้าใจว่า เมื่อเซลล์ไข่และอสุจิปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนเรียบร้อยแล้ว คู่รักต้องรีบนำตัวอ่อนเข้าสู่ร่างกายทันที เพื่อให้เจริญเติบโตต่อไป
แต่ความจริงแล้ว หากระหว่างกระบวนการทำอิ๊กซี่ คู่รักเกิดปัญหาบางอย่างที่ทำให้ยังไม่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ จะสามารถฝากแช่แข็งตัวอ่อนไว้กับสถานพยาบาลที่เข้ารับการรักษาไว้ก่อนได้ และเมื่อมีความพร้อม จึงค่อยนำตัวอ่อนออกมาละลายและนำเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไปได้
หวังว่าข้อมูลสำคัญเหล่านี้จะช่วยให้คู่รักที่ประสบปัญหามีบุตรยากสามารถมองเห็นภาพกว้างในการทำอิ๊กซี่ได้อย่างครบถ้วน และสามารถพูดคุย ปรึกษา กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น
สนใจทำอิ๊กซี่ ติดต่อรับคำปรึกษากับ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากเจตนิน โทร 02-655-5300 หรือ Email : info@jetanin.com
