
การเลี้ยงลูกถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องตื่นเต้นสำหรับพ่อแม่มือใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะพ่อแม่ยังไม่รู้ว่าควรเลี้ยงลูกอย่างไรให้ถูกวิธี สอนลูกอย่างไรให้ถูกต้อง หรือรับมืออย่างไรหากลูกดื้อรั้น ยิ่งในวัยที่เด็กเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม-สาว เนื่องจากเด็กในวัยนี้เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเอง และต้องการเรียนรู้ด้วยตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม จนทำให้ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น และสับสนมากที่สุด ทำให้หลาย ๆ คนเรียกกันว่าช่วงรอยต่อนั่นเอง ดังนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องเรียนรู้การเลี้ยงลูกในช่วงนี้เอาไว้ให้ดี เพื่อเลี้ยงลูกได้อย่างเหมาะสม
แตกเนื้อหนุ่ม-สาว ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
หากพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในช่วงแตกเนื้อหนุ่ม-สาวนั้น แน่นอนว่าเด็ก ๆ จะมีร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว ทั้งร่างกายที่มีการเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และนอกจากสภาพร่างกายภายนอกแล้ว สภาพจิตใจของเด็กจะเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ปกครองทุกคนจำเป็นต้องสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลูกเอาไว้ให้ดี เพื่อรับมือได้อย่างทันท่วงที และไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
ทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของวัยรุ่น
ทั้งนี้พ่อแม่ทุกคนจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เด็กแต่ละคนจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป และการเริ่มเป็นวัยรุ่นของแต่ละคนจะเริ่มไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะโตไวแต่บางคนก็โตช้ากว่าคนอื่น แต่อย่างไรก็ตามหากพ่อแม่เริ่มสังเกตเห็นว่าลูกเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ชอบปลีกตัวไปอยู่ตามลำพัง หรือคิดเองทำเองมากขึ้น ให้พ่อแม่รู้เอาไว้เลยว่า ลูกตัวเองเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นแล้วนั่นเอง
รับมือกับวัยรุ่นได้ง่าย ๆ เพียงทำความเข้าใจให้มากกว่าเดิม
แม้ว่าในปัจจุบันพ่อแม่มือใหม่ส่วนใหญ่ จะมีลูกตอนที่ตัวเองอายุไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ด้วยความที่การเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้โตขึ้นมา จะแตกต่างจากการเติบโตของตัวเอง และเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป พฤติกรรมและการแสดงออกของเด็กก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นพ่อแม่ควรเตรียมตัวรับมือเอาไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเป็น
- พยายามพูดคุยกับลูกทุก ๆ เรื่อง คอยให้คำแนะนำและคำปรึกษา หาเรื่องในชีวิตประจำวันคุย และแลกเปลี่ยนกันเป็นประจำ เพื่อให้ลูกเห็นว่าเราสามารถรับฟัง และปรึกษาได้ เพื่อไม่ให้ลูกทำตัวเหินห่างออกไป
- พยายามทำความเข้าใจลูก และให้กำลังใจในเรื่องที่ลูกวิตกกังวลหรือไม่สบายใจ เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่สับสนได้ง่ายที่สุด
- หลีกเลี่ยงคำพูดบั่นทอนจิตใจให้ได้มากที่สุด อย่างเช่น หากลูกบ่นเหนื่อย ห้ามพูดว่าพ่อแม่เหนื่อยมากกว่า หรือเรียนอย่างเดียวเอาอะไรไปเหนื่อย เพราะทุกคนสามารถเหนื่อยได้ และในแต่ละวัยจะมีหน้าที่รับผิดชอบ กับประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นพ่อแม่ควรรับฟังลูกให้มากที่สุด
ความเป็นจริงแล้วไม่ว่าลูกจะอยู่วัยไหน พ่อแม่ควรทำความเข้าใจและพูดคุยกับลูกให้ได้มากที่สุด เพราะความจริงแล้วพ่อแม่จะเปรียบเสมือนเพื่อนของลูกคนหนึ่ง ดังนั้นหากพ่อแม่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหินกันออกไป ควรเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน
