0 Comments

อิ๊กซี่

                ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในวิธีรักษาผู้มีบุตรยากที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ก็ยังคงเป็น “อิ๊กซี่ (ICSI)” หรือการทำเด็กหลอดแก้วด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพราะสามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้มากกว่าหลายๆ วิธี ทำให้คู่รักที่กำลังประสบปัญหามีบุตรยากสนใจการทำอิ๊กซี่กันเป็นจำนวนมาก

                แต่ก่อนจะไปถึงขั้นตัดสินใจทำอิ๊กซี่ วันนี้เรามีข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับการทำอิ๊กซี่มาฝากกัน เพื่อช่วยอัปเดตคลังความรู้ให้เหล่าคู่รักได้เตรียมพร้อมก่อนเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

1. อิ๊กซี่อาจไม่เหมาะกับทุกคน

            เรื่องแรกที่ต้องรู้ คือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเลือกทำอิ๊กซี่ได้เพราะการทำอิ๊กซี่เหมาะกับผู้มีบุตรยากจากปัญหาสุขภาพบางกรณีเท่านั้น อาทิ

  • ฝ่ายหญิงที่มีท่อนำไข่ตีบ หรือท่อนำไข่ตันทั้งสองข้าง
  • ฝ่ายหญิงที่มีภาวะตกไข่ผิดปกติ
  • ฝ่ายหญิงที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีพังผืดในอุ้งเชิงกรานมากผิดปกติ
  • ฝ่ายหญิงที่มีเปลือกไข่หนาผิดปกติ จนอสุจิไม่สามารถเจาะผ่านเข้าไปปฏิสนธิได้
  • ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งแพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถทำอิ๊กซี่ได้
  • ฝ่ายชายที่มีปัญหาเรื่องปริมาณอสุจิน้อย เป็นหมัน ตัวอสุจิไม่แข็งแรงหรือไม่สมบูรณ์ จนไม่สามารถทำหน้าที่เจาะเซลล์ไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บางกรณีที่ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายที่ประสบปัญหามีบุตรยากแบบไม่ทราบสาเหตุ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจแนะนำให้ทำอิ๊กซี่ได้ด้วยเช่นกัน

2. อิ๊กซี่ไม่สามารถเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้ 100%

ปัจจุบันการทำอิ๊กซี่ ถือว่าเป็นวิธีรักษาผู้มีบุตรยากที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด แต่เมื่อพูดตามหลักความเป็นจริงแล้ว อิ๊กซี่ช่วยเพิ่มความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้เพียง 60%-70% เท่านั้น ดังนั้นคู่รักที่สนใจเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ควรทำความเข้าใจในข้อจำกัด และควรเผื่อใจกรณีที่ไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ด้วย

3. อิ๊กซี่ทั้งเหมือนและต่างจาก IVF

            เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นวิธีการทำเด็กหลอดแก้วเหมือนกัน ทั้งอิ๊กซี่และ IVF จึงมีวิธีการดูแลรักษาส่วนใหญ่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่อยู่ที่ขั้นตอนการปฏิสนธิ โดยการทำ IVF ไข่และอสุจิหลายตัวจะถูกนำไปผสมในจานเพาะเลี้ยง ซึ่งอสุจิจะว่ายมาปฏิสนธิกับเซลล์ไข่เองตามธรรมชาติ ส่วนการทำอิ๊กซี่ เป็นการใช้เข็มชนิดพิเศษฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง จึงช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้มากกว่า

4. อิ๊กซี่ต้องใช้เวลานับเดือนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ

แม้ว่าการทำอิ๊กซี่จะใช้นวัตกรรมทันสมัย แต่กระบวนการรักษาก็ยังคงต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ ครอบคลุมการตรวจประเมินร่างกายเพื่อหาสาเหตุของการมีบุตรยาก กระบวนการกระตุ้นเซลล์ไข่ กระบวนการเก็บเซลล์ไข่และอสุจิ การปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ ตลอดจนการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป

5. อิ๊กซี่ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

            หลายคนอาจเข้าใจว่า เมื่อเซลล์ไข่และอสุจิปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนเรียบร้อยแล้ว คู่รักต้องรีบนำตัวอ่อนเข้าสู่ร่างกายทันที เพื่อให้เจริญเติบโตต่อไป

แต่ความจริงแล้ว หากระหว่างกระบวนการทำอิ๊กซี่ คู่รักเกิดปัญหาบางอย่างที่ทำให้ยังไม่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ จะสามารถฝากแช่แข็งตัวอ่อนไว้กับสถานพยาบาลที่เข้ารับการรักษาไว้ก่อนได้ และเมื่อมีความพร้อม จึงค่อยนำตัวอ่อนออกมาละลายและนำเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไปได้

                หวังว่าข้อมูลสำคัญเหล่านี้จะช่วยให้คู่รักที่ประสบปัญหามีบุตรยากสามารถมองเห็นภาพกว้างในการทำอิ๊กซี่ได้อย่างครบถ้วน และสามารถพูดคุย ปรึกษา กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น

                สนใจทำอิ๊กซี่ ติดต่อรับคำปรึกษากับ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากเจตนิน โทร 02-655-5300 หรือ Email : info@jetanin.com

Related Posts

ตา ต้อกระจก

How to ดูแลดวงตาก่อนเป็นตา ต้อกระจก

ดวงตาคืออวัยวะที่สำคัญสำหรับมนุษย์อย่างยิ่ง ซึ่งการดูแลดวงตามักเป็นสิ่งที่หลายๆ คนมองข้าม เพราะคิดว่าการดูแลดวงตาเป็นเรื่องไกลตัว อย่างไรก็ดี หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากรู้ว่าการดูแลดวงตามีวิธีใดบ้าง พร้อมแล้วมาดูกันเลย  1.ปรับแสงคอมพิวเตอร์  สำหรับวิธีการแรกที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการปรับแสงที่บริเวณหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมทั้งแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนเพื่อให้ไม่มืดเกินไปหรือว่าสว่างเกินไป…

คลินิกกิจกรรมบำบัด ฝึกพูด ฝึกการกลืนอาหาร

กิจกรรมบำบัดฝึกพูดและกลืนอาหารคืออะไร และใครบ้างที่ควรเข้ารับบริการ

หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า “กายภาพบำบัด” กันอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง ยังมีกลุ่มการดูแลอีกประเภทที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ กิจกรรมบำบัดฝึกพูดและกลืนอาหาร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีปัญหาด้านการสื่อสารและการรับประทานอาหารอย่างปลอดภัย บริการนี้จัดอยู่ในรูปแบบของการรักษาทางเลือกเฉพาะทาง ซึ่งสามารถพบได้ในหลายแห่ง…

ล้างจมูก วิธีล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ

7 ข้อควรระวัง ในการล้างจมูก มีอะไรบ้างที่ต้องรู้ เพื่อความปลอดภัย 

การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นการชำระล้างสิ่งสกปรก เชื้อโรค แบคทีเรีย สิ่งแปลกปลอมหรือน้ำมูกที่เหนียวข้น ไม่สามารถขับออกเองได้ ช่วยให้หายใจสะดวกมากขึ้น รวมถึงลดอาการน้ำมูกไหลลงคอ บรรเทาอาการคัดจมูก น้ำเกลือที่ใช้ล้างจมูกต้องมีความเข้มข้น 0.9%…